โครงการนี้คืออะไร
- เป็นศูนย์ข้อมูลแห่งแรกของกูเกิลในรัฐไวโอมิง
- ลงทุนระยะยาว 17,000 ล้านดอลลาร์ในรัฐ
- ตั้งในเทศมณฑลลารามี แถบเชเยนน์
- ร่วมกับแทลกราส เอเนอร์จี แบล็กฮิลส์ เอเนอร์จี อเมริกัน อิเลกทริก พาวเวอร์ และรีเลทเท็ด ดิจิทัล
- กูเกิลบอกว่าจะจ่ายค่าไฟที่ใช้เต็ม 100% และรับผิดชอบโครงสร้างพื้นฐานที่เกิดจากการขยายตัวเอง

พลังงาน 702 เมกะวัตต์กับดักจับคาร์บอน
- ทำสัญญากับอเมริกัน อิเลกทริก พาวเวอร์ พัฒนาเซลล์เชื้อเพลิงเชิงพาณิชย์ 702 เมกะวัตต์
- เป็นโครงการขนาดใหญ่สุดที่วางแผนในรูปแบบนี้จนถึงตอนนี้
- เซลล์เชื้อเพลิงผลิตโดยบลูม เอเนอร์จี ในสหรัฐ แปลงก๊าซธรรมชาติเป็นไฟฟ้าผ่านปฏิกิริยาเคมีไฟฟ้า
- คาร์บอนที่ดักได้จะกักเก็บที่ฮับกักเก็บคาร์บอนตะวันออกของไวโอมิงของแทลกราส
- รวมความจุดักจับคาร์บอนที่กูเกิลทำสัญญาไว้เกือบ 1 กิกะวัตต์
- ยังซื้อไฟจากเครื่องกำเนิดก๊าซของแทลกราสและแบล็กฮิลส์ และศึกษาติดตั้งระบบดักจับคาร์บอนกับกังหันคอมไบน์ไซเคิลของแทลกราส
น้ำและชุมชน
- ศูนย์นี้ใช้ระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ เพื่อลดการใช้น้ำในพื้นที่
- คาดสร้างภาษีที่ดินท้องถิ่นหลายร้อยล้านดอลลาร์ให้เทศมณฑลลารามีและเขตโรงเรียนที่ 1
- มีแผนลงทุนชุมชนด้านการศึกษาขั้นพื้นฐาน พัฒนาแรงงาน และเส้นทางเอสทีอีเอ็ม
- ทีมงานพบชาวบ้านในเทศมณฑลลารามีมากกว่า 200 คน แล้วเตรียมตั้งสภาชุมชนกับพาร์ตเนอร์
เทียบดีลศูนย์ข้อมูลกูเกิลล่าสุด
- ไวโอมิงก้อนนี้ 17,000 ล้านดอลลาร์ เป็นศูนย์แห่งแรกในรัฐ
- มาเลเซียเมื่อต้นเดือนประกาศเพิ่ม 15,000 ล้านดอลลาร์ ขยายศูนย์ในสองรัฐ
- ทั้งสองดีลเน้นจ่ายค่าไฟเองเต็ม และใส่เงื่อนไขสิ่งแวดล้อมชัด
- ไวโอมิงเด่นที่เซลล์เชื้อเพลิงขนาดใหญ่พร้อมดักจับคาร์บอน
- มาเลเซียเด่นที่ไฟพลังงานสะอาดเกิน 1 กิกะวัตต์และโครงการน้ำประปาท้องถิ่น

สรุป
กูเกิลเลือกไวโอมิงเป็นฐานศูนย์ข้อมูลแห่งใหม่ด้วยเงินก้อนใหญ่และสูตรจ่ายค่าไฟเอง พร้อมเซลล์เชื้อเพลิง 702 เมกะวัตต์ที่ดักจับคาร์บอน ลดการใช้น้ำด้วยระบบระบายความร้อนด้วยอากาศ และตั้งกลไกคุยกับชุมชนท้องถิ่นไปด้วย
แหล่ง: Google · หน้าประกาศทางการของสตีฟ วอลเตอร์ · 5 พ.ย. 2026
