โครงสร้างดีล
- ชีลด์เข้าข้อตกลงซื้อกิจการเอโคไดน์มูลค่า 5.3 พันล้านดอลลาร์
- จ่ายและออกหลักทรัพย์ 4.8 พันล้านดอลลาร์ตอนปิดดีล
- ส่วนที่เหลือสูงสุด 500 ล้านดอลลาร์ผูกกับเป้าผลงานของเอโคไดน์
- คาดปิดต้นปี 2027 หลังผ่านการอนุมัติตามกฎและเงื่อนไขปกติ
- ทั้งสองบริษัทคาดรายได้โตสามหลักในปีบัญชีนี้ ตามแถลง

เงินทุนสนับสนุน 2.5 พันล้าน
- ซีรีส์เอช 1 พันล้านดอลลาร์ ที่มูลค่าหลังระดม 2.88 หมื่นล้านดอลลาร์
- นำรอบโดย Disruptive และ Innovation X Capital
- มี Advent, กลุ่มลงทุนความมั่นคงของเจพีมอร์แกน, สโนว์พอยต์, อะแพนเดียน, เซ็นเตอร์ฟิฟทีน และรายอื่นร่วม
- ทุนโครงสร้างจากกองทุนที่ Blackstone ดูแลอีก 1 พันล้านดอลลาร์
- หนี้ 500 ล้านดอลลาร์ นำจัดโดยเจพีมอร์แกน เชส เป็นผู้จัดหลัก
- บลูมเบิร์กระบุว่ามูลค่าบริษัทเคยอยู่ที่ 1.27 หมื่นล้านดอลลาร์ในมี.ค. ก่อนพุ่งเป็น 2.88 หมื่นล้าน

เอโคไดน์กับระบบมิชชัน
- เรดาร์เอโคไดน์ติดตั้งในระบบป้องกันโดรนและรักษาความปลอดภัยหลายร้อยชุด
- ลูกค้าภาครัฐและพาณิชย์ในกว่า 40 ประเทศ
- ใช้เทคโนโลยีเมตามาทีเรียลแบบ MESA
- ก.ย. ที่ผ่านมาถูกเลือกโดยเพนตากอน JITF 401 ให้ส่งเรดาร์ป้องกันโดรน
- ช่วยขยายธุรกิจมิชชันซิสเต็มส์ของชีลด์เข้าเรดาร์และระบบป้องกันโดรน
- ชีลด์มีซอฟต์แวร์ Hivemind, ซิมูเลชัน Aechelon, ระบบอัตโนมัติ V-BAT และ X-BAT
หลังปิดดีล
- เอโคไดน์ยังเป็นหน่วยธุรกิจแยก ทีมเดิมอยู่ครบ
- เรดาร์ MESA ยังขายเดี่ยวได้ตามเดิม
- อีเบน แฟรงเคนเบิร์ก ซีอีโอเอโคไดน์ รายงานตรงต่อแกรี สตีล ซีอีโอชีลด์
- ที่ปรึกษาดีลของชีลด์คือเจพีมอร์แกน ด้านกฎหมายมีวอคเทลล์ ลิปตัน และโควิงตัน
- ฝั่งไฟแนนซ์มีซัลลิแวน แอนด์ ครอมเวลล์ ที่ปรึกษาเอโคไดน์คือมอร์แกน สแตนลีย์ กับแบร์ด และเฟนวิก
สรุป
ชีลด์เดินเกมบริษัทเทคโนโลยีกลาโหมรุ่นใหม่ด้วยการซื้อเอโคไดน์มูลค่า 5.3 พันล้านดอลลาร์ พร้อมระดมทุน 2.5 พันล้านดอลลาร์ที่มูลค่า 2.88 หมื่นล้าน เพื่อขยายเรดาร์และระบบป้องกันโดรนเข้าสู่หน่วยมิชชัน คาดปิดต้นปี 2027
แหล่ง: Shield · 5 พ.ย. 2026 · Bloomberg
