ดีลนี้มีใครบ้าง
- เป็นการระดมทุนรอบ Series B ประกาศเมื่อ 3 พ.ย. 2026
- นักลงทุนนำร่วมกันสามเจ้า คือ Kleiner Perkins
- Redpoint Ventures
- และ Khosla Ventures
- ที่ร่วมลงด้วยคือ Sequoia
- Battery Ventures
- และ Amex Ventures
- Kleiner Perkins เคยนำรอบซีรีส์เอมาก่อน รอบนี้ลงเพิ่มอีก
- Sequoia ที่นำรอบแรกสุด ก็ใช้กองทุนเติบโตมาเพิ่มสัดส่วนหุ้น
- บริษัทบอกว่าเงินรวมทุกรอบตอนนี้อยู่ที่ 173 ล้านดอลลาร์

บริษัทนี้ทำอะไร
- งานหลักคือ SRE หรืองานดูแลระบบให้ไม่ล่ม แต่ใช้เอไอทำแทน
- พอมีสัญญาณเตือนหรือระบบมีปัญหา เอไอจะไปไล่ดูข้อมูลการทำงานของระบบทั้งหมด
- แล้วสรุปว่าต้นเหตุจริงคืออะไร พร้อมช่วยแก้ ไม่ต้องให้วิศวกรนั่งไล่เองทีละจุด
- บริษัทใช้ระบบสองตัวที่เปิดตัวเมื่อ มี.ค. 2026
- ตัวแรกเก็บภาพรวมของระบบทั้งหมด ทั้งโค้ด ประวัติการอัปเดต และความรู้ในทีม
- ตัวที่สองให้เอไอตั้งสมมติฐานได้เป็นพันข้อพร้อมกัน แล้วตัดทิ้งทีละข้อจนเหลือต้นเหตุจริง
- มีผู้ช่วยแบบทำงานยาว ๆ ชื่อ Traversal Workers ที่เริ่มสืบเองทันทีที่มีสัญญาณผิดปกติ
- ส่งข้อมูลระบบจริงกลับไปให้เอไอเขียนโค้ดใช้ได้ด้วย จะได้เขียนโค้ดที่พังยากขึ้น
ทำไมเรื่องนี้ถึงมาแรง
- บริษัทยกผลสำรวจว่า นักพัฒนา 42% ให้เอไอเขียนโค้ดส่วนใหญ่แล้ว จากปีก่อนแค่ 12%
- แต่ 52% บอกว่าต้องเสียเวลาแก้บั๊กหลังขึ้นระบบจริงมากขึ้น
- โค้ดเยอะขึ้นเร็ว ระบบก็ซับซ้อนขึ้น โอกาสล่มก็มากขึ้นตาม
- Traversal บอกว่าแค่จับว่าอะไรเกิดพร้อมกันยังไม่พอ ต้องแยกให้ได้ว่าอะไรเป็นต้นเหตุจริง
ตัวเลขที่บริษัทเปิดเผย
- รายได้ประจำต่อปีโตขึ้น 9 เท่านับจากต้นปี
- การใช้งานเพิ่มเกือบ 100 เท่า คนใช้ต่อเดือนเพิ่มเกือบ 20 เท่า
- ไตรมาสที่แล้วลูกค้าสั่งให้สืบเหตุไปมากกว่า 150,000 ครั้ง
- ช่วยวิศวกรมากกว่า 4,000 คน ในเหตุใหญ่มากกว่า 1,000 ครั้ง
- ราวสองในสามของการใช้งาน เป็นงานอื่นนอกจากหาต้นเหตุระบบล่ม
- ตัวเลขทั้งหมดนี้บริษัทเป็นคนบอกเอง ยังไม่มีใครตรวจแยก
ลูกค้าที่ใช้อยู่
- บริษัทบอกว่ามีลูกค้าอย่าง Nubank, Harvey และ PepsiCo
- รวมถึง DigitalOcean และ Cloudways
- American Express เป็นทั้งลูกค้าและผู้ลงทุน
- หน้าลูกค้าของบริษัทบอกว่า เวลาแก้เหตุเฉลี่ยลดลง 43% ต่อลูกค้า
- ฝั่ง PepsiCo บริษัทบอกว่าหาต้นเหตุถูกราว 80% และประหยัดเวลาวิศวกรได้ปีละ 6,000 ชั่วโมง

คนก่อตั้ง
- ผู้ร่วมก่อตั้งมีสี่คน คนแรกคือ Anish Agarwal
- Raaz Dwivedi
- Raj Agrawal
- และ Ahmed Lone
- สามคนมาจากสายวิจัยเอไอที่ว่าด้วยเหตุและผล
- เคยอยู่ที่เอ็มไอที เบิร์กลีย์ โคลัมเบีย และคอร์เนล
- บริษัทตั้งอยู่ที่นิวยอร์ก และเพิ่งเปิดตัวต่อสาธารณะเมื่อ มิ.ย. 2025
เงินก้อนนี้เอาไปทำอะไร
- จ้างคนเพิ่มทั้งฝั่งวิจัย วิศวกร และทีมขาย
- ตั้งเป้าไปสู่ระบบที่เจอปัญหาแล้วแก้เอง เช็กเองว่าแก้ได้จริง และกันไม่ให้เกิดซ้ำ
สรุป
ยุคที่เอไอเขียนโค้ดได้เร็วจนคนตามไม่ทัน งานที่กำลังมีราคาคือคนที่คอยเก็บกวาดตอนระบบพัง และตอนนี้มีคนจ่ายถึง 1 พันล้านดอลลาร์ ให้กับเอไอที่มาทำงานนี้แทน
แหล่ง: Traversal, Business Wire · 3 พ.ย. 2026
