ดีลนี้คืออะไร
- บริษัทแจ้งตลาดหุ้นว่าใช้เงินลงทุนราว 43,500 ล้านรูปี โดยรอยเตอร์ตีเป็นเงินราว 450 ล้านดอลลาร์
- เงินก้อนนี้มาจากกระแสเงินสดของบริษัทเอง ไม่ได้กู้หรือระดมทุนเพิ่ม
- เป้าหมายคือเพิ่มความจุเครือข่ายราว 6 เพตะบิตต่อวินาที ตามเอกสารที่ยื่นตลาดหุ้น
- บริษัทบอกว่ามีลูกค้าหลักตกลงใช้งานไว้แล้วบางส่วน แต่ไม่ได้เปิดชื่อ

เส้นทางจะไปทางไหน
- เฟสแรกเชื่อมมุมไบ ปูเน ไฮเดอราบาด และเจนไน ซึ่งเป็นเส้นทางที่ศูนย์ข้อมูลเอไอขึ้นเยอะที่สุด
- เฟสต่อไปขยายไปวิศาขาปัตนัม ภุพเนศวร ชามนคร และเมืองการเงินกิฟต์ซิตี
- ทั้งหมดจะต่อเข้ากับสถานีขึ้นบกของสายเคเบิลใต้ทะเล ให้ข้อมูลวิ่งไปถึงศูนย์เอไอต่างประเทศได้
- ผู้บริหารบอกมินต์ว่าเฟสแรกน่าจะเปิดใช้ในราวสามปี ส่วนเอกสารตลาดหุ้นระบุช่วงเพิ่มความจุไว้ปีงบ 2030 ถึง 2036
ทำไมต้องทำตอนนี้
- งานเอไอต้องย้ายข้อมูลก้อนใหญ่ระหว่างศูนย์ข้อมูลตลอดเวลา ถ้าสายช้า งานทั้งระบบก็ช้าตาม
- คุชแมนแอนด์เวกฟิลด์ประเมินว่าอินเดียมีศูนย์ข้อมูลที่เปิดใช้แล้วราว 1.8 กิกะวัตต์ และกำลังสร้างหรือวางแผนอีกราว 3.86 กิกะวัตต์ภายในปี 2030
- บริษัทประเมินเองว่าตลาดเชื่อมศูนย์ข้อมูลถึงกันมีมูลค่าเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ในระยะกลาง
- คู่แข่งที่ลงทุนด้านศูนย์ข้อมูลในอินเดียมีทั้งกูเกิล รีไลแอนซ์ อดานี และเอ็นซตราของแอร์เทล
สรุป
เงินเอไอในอินเดียไม่ได้ไหลไปแค่ตึกศูนย์ข้อมูลกับการ์ดจอ แต่เริ่มไหลไปที่ถนนส่งข้อมูลระหว่างตึกด้วย ใครคุมเส้นทางนี้ได้ก่อน ก็มีโอกาสเก็บค่าผ่านทางจากบริษัทเอไอทุกรายที่มาตั้งศูนย์ในอินเดีย
แหล่ง: ประกาศของ Tata Communications ผ่านรอยเตอร์ มินต์ และบลูมเบิร์ก · 26 ต.ค. 2026
