เกิดอะไรขึ้น
- วันที่ 22 ต.ค. 2026 ไมโครซอฟท์ เอไอ ประกาศผลของ MAI-DxO ย่อมาจากตัวช่วยประสานงานวินิจฉัยโรค
- สัปดาห์เดียวกันยังมีบทความลงวารสารไซเอนซ์ ว่าด้วยแนวคิดสร้างระบบแพทย์ที่เก่งเกินคน
- มุสตาฟา สุไลมาน ซีอีโอของไมโครซอฟท์ เอไอ บอกเดอะเวิร์จว่าภายในสองสามปีจะทำระบบที่เก่งจนแยกไม่ออกจากหมอจริง
ทำงานยังไง
- ระบบจำลองเป็นคณะแพทย์เสมือนหลายคนที่ถกกันหลายรอบ ก่อนตัดสินใจว่าจะถามอะไรหรือสั่งตรวจอะไรต่อ
- ทุกครั้งที่จะสั่งตรวจ ระบบชั่งก่อนว่าผลตรวจคุ้มกับค่าใช้จ่ายหรือเปล่า
- เคสเริ่มจากข้อมูลน้อย ๆ แล้วค่อยขอข้อมูลเพิ่มทีละขั้น เหมือนหมอเจอคนไข้จริง
- ใช้กับโมเดลรุ่นใหม่อย่าง GPT-5.5 ได้ โดยไม่ต้องแก้วิธีประสานงาน และผลยังดีขึ้นอีก
ตัวเลขที่ไมโครซอฟท์ประกาศ
- เคสยากจากวารสารการแพทย์ NEJM จำนวน 304 เคส ระบบวินิจฉัยถูก 83%
- แพทย์ที่ไม่ได้เปิดตำราทำได้ 22% ถ้าให้ใช้ตำราและอินเทอร์เน็ตได้ทำได้ 36% ระบบแม่นกว่าราว 3.7 เท่าและ 2.3 เท่า
- เคสห้องฉุกเฉินทั่วไปจากชุดข้อมูล MIMIC-IV-ED ระบบถูก 80% แพทย์ถูก 47% หรือราว 1.7 เท่า
- รุ่นที่ตั้งค่าให้ประหยัดยังได้ 81% ในเคสยาก ใช้เงินไม่ถึงครึ่งของระบบอื่นที่เอามาเทียบ
- ภาพรวมค่าตรวจเหลือราวครึ่งถึงหนึ่งในสาม เพราะสั่งตรวจน้อยลง
- ตัวเลขทั้งหมดมาจากไมโครซอฟท์เอง ยังไม่ใช่ผลจากการรักษาคนไข้จริง

มีอะไรใหม่
- เปิดโค้ดชุดวัดผล SDBench บางส่วนให้คนนอกใช้ได้ มีเคส NEJM ที่คัดมา ตัวคุมข้อมูลคนไข้ ตัวให้คะแนน และโค้ดประเมินค่าตรวจ
- จับมือโรงพยาบาลเบธ อิสราเอล ดีโคเนส ในบอสตัน ทำการศึกษาแบบติดตามไปข้างหน้า ให้คนไข้คุยกับระบบเอง แล้วเทียบกับความเห็นของแพทย์ที่ประเมินแยกกัน
- รวมทีมสุขภาพหลายทีมมาไว้ที่ไมโครซอฟท์ เอไอ ทั้งนักวิจัยจากไมโครซอฟท์ รีเสิร์ช ทีมดรากอน โคไพลอต และทีม PowerScribe

สรุป
ตัวเลขในห้องแล็บดูแรงมาก แต่ของจริงอยู่ที่การศึกษากับคนไข้ที่บอสตัน ถ้าผลยังดีอยู่ หมอก็อาจได้ผู้ช่วยที่ช่วยคิดเคสยากและลดค่าตรวจที่ไม่จำเป็นได้จริง
แหล่ง: Microsoft AI, The Verge, TechCrunch · 22 ต.ค. 2026
