รอบนี้ใครลงเงินบ้าง
- ผู้นำรอบคือ Atreides Management บริษัทลงทุนจากบอสตัน ซึ่งเพิ่งเข้ามาถือหุ้น Legora เป็นครั้งแรก
- นักลงทุนหน้าใหม่ที่เข้ามาด้วยมี Baron Capital, Capital Group, Fidelity, Glade Brook Capital Partners และ J.P. Morgan
- ผู้ถือหุ้นรายใหญ่เดิมก็ลงเพิ่มกันครบ เช่น Accel, Benchmark, Bessemer Venture Partners, General Catalyst, ICONIQ, Insight Venture Partners, Redpoint Ventures, Salesforce Ventures และ Sands Capital
- มูลค่า 8,800 ล้านดอลลาร์นี้เป็นมูลค่าหลังรับเงินลงทุน เทียบกับ 5,600 ล้านดอลลาร์ในรอบก่อน

ธุรกิจโตเร็วแค่ไหน
- Legora บอกว่ารายได้ประจำต่อปี (ARR) ตอนนี้เกิน 200 ล้านดอลลาร์แล้ว
- จาก 1 ล้านไปถึง 100 ล้านดอลลาร์ใช้เวลาไม่ถึง 18 เดือน ส่วน 100 ล้านดอลลาร์ถัดมาใช้ไม่ถึง 6 เดือน
- มีนักกฎหมายใช้งานมากกว่า 140,000 คน จากสำนักงานกฎหมายและฝ่ายกฎหมายในบริษัทกว่า 2,400 แห่ง ในมากกว่า 80 ประเทศและตลาด
- ฝ่ายกฎหมายในองค์กร ซึ่งปีก่อนยังเป็นลูกค้าส่วนน้อย ตอนนี้คิดเป็นมากกว่า 40% ของลูกค้าใหม่ในไตรมาส 3
- สหรัฐฯ กลายเป็นตลาดใหญ่ที่สุดแล้ว The Next Web เล่าว่าสำนักงานกฎหมายกลุ่ม AmLaw 50 ของอเมริกาเกินครึ่งเป็นลูกค้าแล้ว
เอาเงินไปทำอะไร
- ขยายตลาดอเมริกาเหนือ ที่ตอนนี้มีออฟฟิศใน New York, Denver, Chicago, Houston, San Francisco, Toronto และ Mexico City
- ลุยตลาดยุโรปและเอเชียแปซิฟิกต่อ
- ลงทุนเพิ่มกับ Legora aOS ระบบที่นักกฎหมายใช้ทำงานร่วมกับเอเจนต์ AI รวมถึงฟีเจอร์ใหม่อย่างระบบรับเรื่องจากฝ่ายต่าง ๆ การติดตามกฎหมายที่เปลี่ยนแปลง และการค้นคว้าข้อกฎหมาย
ข้อควรรู้
- Legora ก่อตั้งปี 2023 เปิดให้ใช้งานจริงเดือนตุลาคม 2024 ตอนนี้มีพนักงานมากกว่า 1,000 คนใน 18 ออฟฟิศ
- คู่แข่งตัวสำคัญคือ Harvey จากสหรัฐฯ ซึ่ง The Next Web รายงานว่าเพิ่งระดมทุน 550 ล้านดอลลาร์ที่มูลค่า 15,500 ล้านดอลลาร์เมื่อราว 6 สัปดาห์ก่อน
- ตัวเลขรายได้และจำนวนผู้ใช้ทั้งหมดเป็นตัวเลขที่บริษัทเปิดเผยเอง
สรุป
ได้เงินก้อนใหญ่ติดกันสองรอบในครึ่งปี แถมรายได้ทะลุ 200 ล้านดอลลาร์ Legora กำลังชนกับ Harvey แบบเต็มตัวในตลาด AI ด้านกฎหมาย โดยเฉพาะในอเมริกา ต้องดูกันต่อว่าเงินรอบนี้จะช่วยให้ไล่ทันมูลค่าของคู่แข่งได้แค่ไหน
แหล่ง: Legora Newsroom (ประกาศ 21 ต.ค. 2026) · The Next Web · Tech.eu
