คำสั่งนี้คืออะไร
- เป็นคำสั่งเลขที่ 2026-01 ออกตามกฎหมายความปลอดภัยห่วงโซ่จัดซื้อของรัฐบาลกลางปี 2018
- คนเซ็นคือรัฐมนตรีว่าการกระทรวงนี้ ชื่อ Markwayne Mullin
- สำเนาส่งถึงผู้อำนวยการสำนักงบประมาณของทำเนียบขาวด้วย
- ในเอกสารระบุว่าเซ็นออกมาตั้งแต่ 24 ก.ค. 2026 แต่เพิ่งยื่นประกาศให้คนทั่วไปเห็นเมื่อ 19 ต.ค. และจะลงราชกิจจาของสหรัฐฯ อย่างเป็นทางการวันที่ 20 ต.ค.
- Reuters กับ Bloomberg รายงานข่าวนี้ในวันเดียวกัน หลังประกาศขึ้นระบบ
หน่วยงานรัฐต้องทำอะไร
- เลิกซื้อของจาก DeepSeek และบริษัทในเครือทันที รวมถึงถอดออกจากรายการสินค้าที่อนุมัติให้ซื้อและร้านค้าออนไลน์ของรัฐ
- ถอดผลิตภัณฑ์ของ DeepSeek ออกจากระบบไอทีของหน่วยงานทันที
- ถอดสินค้าและบริการของบริษัทอื่นที่พัฒนาโดยใช้ DeepSeek ออกด้วย
- ถ้าถอดไม่ทัน หรืองานหลักสะดุด หน่วยงานขอยกเว้นเป็นหนังสือได้ภายใน 60 วัน แล้วให้หน่วยงานความปลอดภัยไซเบอร์ CISA พิจารณา
- ระหว่างที่ยังถอดไม่หมด รัฐแนะนำให้เฝ้าดูข้อมูลที่ไหลเข้าออก เก็บบันทึกละเอียดขึ้น และกันข้อมูลรั่วออกนอกหน่วยงาน
- DHS จะทบทวนคำสั่งนี้ภายในหนึ่งปี แล้วทบทวนต่อทุกปี

ใครไม่โดนบ้าง
- คำสั่งนี้ใช้กับหน่วยงานพลเรือนเท่านั้น ระบบความมั่นคงแห่งชาติและระบบข้อมูลลับชั้นสูงไม่อยู่ในคำสั่งนี้
- กระทรวงกลาโหมกับหน่วยข่าวกรองมีอำนาจออกคำสั่งแบบนี้ของตัวเองแยกต่างหาก
- เอกสารไม่ได้แยกพูดถึงกรณีหน่วยงานโหลดโมเดล DeepSeek มารันในเครื่องตัวเอง
ทำไมรัฐบาลถึงกังวล
- DHS บอกว่าเซิร์ฟเวอร์ของ DeepSeek อยู่ในจีน และกฎหมายจีนเปิดทางให้หน่วยงานรัฐเข้าถึงระบบของบริษัทเอกชนได้กว้าง
- ตอนสมัครใช้งาน DeepSeek เก็บข้อมูลส่วนตัว และอาจติดตามหรือระบุตัวผู้ใช้ได้
- การใช้งานแชตบอตต้องพิมพ์ข้อมูลส่งเข้าไป ถ้าพนักงานรัฐหรือผู้รับเหมาใช้ ข้อมูลอ่อนไหวอาจหลุดไปถึงจีน
- ข้อมูลพวกนี้เอาไปรวมกับข้อมูลสาธารณะ แล้วกลายเป็นข่าวกรองเกี่ยวกับคนอเมริกันหรือโครงการของรัฐได้
- เอกสารยังอ้างงานวิจัยด้านความปลอดภัยที่พบช่องโหว่ร้ายแรงหลายจุดในแอป DeepSeek บน iOS และบอกว่าตัวโมเดลเองก็อาจมีมัลแวร์หรือช่องโหว่ได้
ก่อนหน้านี้เคยแบนกันมาแล้ว
- ต้นปี 2025 กระทรวงกลาโหมปิดกั้น DeepSeek หลังพนักงานเชื่อมเครื่องทำงานเข้าเซิร์ฟเวอร์จีนอยู่หลายวัน ตามที่ Bloomberg รายงาน
- มี.ค. 2025 หน่วยงานในกระทรวงพาณิชย์สั่งห้ามใช้บนอุปกรณ์ของรัฐ ตามที่ Reuters รายงาน
- ที่ต่างจากครั้งนี้คือ ครั้งก่อนเป็นคำสั่งรายหน่วยงาน แต่รอบนี้บังคับหน่วยงานพลเรือนทั้งหมดพร้อมกัน

สรุป
รอบนี้รัฐบาลสหรัฐฯ ไม่ได้แค่ห้ามพนักงานเปิดแอป DeepSeek แต่ไล่ไปถึงบริการของบริษัทอื่นที่มี DeepSeek อยู่ข้างใน คนที่ต้องปวดหัวที่สุดจึงอาจเป็นผู้รับเหมาที่ขายระบบเอไอให้รัฐ เพราะต้องพิสูจน์ให้ได้ว่าของที่ขายไม่ได้ใช้โมเดลจีนตัวนี้ ที่ยังต้องรอดูคือ DeepSeek จะตอบโต้อย่างไร และหน่วยงานไหนจะขอยกเว้นบ้าง
แหล่ง: กระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิสหรัฐฯ (ประกาศในราชกิจจาสหรัฐฯ เลขที่ 2026-21447) · Reuters · Bloomberg · 19 ต.ค. 2026
