Maxwell ทำอะไร
- บริษัทเรียกมันว่าโมเดลรันโค้ด เป็นเอไอแบบใหม่ที่ต่างจากเอไอช่วยเขียนโปรแกรม
- Maxwell คอยดูโปรแกรมระหว่างที่รัน ดูว่าเครื่องใช้การ์ดจอหรือซีพียูรุ่นไหน และข้อมูลที่ไหลเข้ามาหน้าตาแบบไหน
- จากนั้นมันเขียนส่วนที่ช้าขึ้นมาใหม่ให้เหมาะกับเครื่องนั้นและข้อมูลชุดนั้นโดยเฉพาะ
- โค้ดต้นฉบับไม่ถูกแตะเลย สิ่งที่เปลี่ยนคือชุดคำสั่งที่เครื่องรันจริงอยู่ข้างใต้
- รองรับทั้งโค้ด Python ทั่วไปบนซีพียู และงาน PyTorch บนการ์ดจอ
- บริษัทบอกว่ามันใช้คู่กับเอไอเขียนโค้ดอย่าง Claude Code ได้ คือให้เอเจนต์เขียน แล้วให้ Maxwell ทำให้รันเร็ว
ทำไมกล้าให้มันแก้เอง
- ทุกครั้งที่ Maxwell เปลี่ยนโค้ด มันต้องแนบบทพิสูจน์ทางคณิตศาสตร์ว่าของใหม่ให้ผลตรงกับของเดิมทุกกรณี ไม่ใช่แค่ลองรันดูว่าผ่าน
- doubleAI บอกว่าทำแบบนี้ได้เพราะบริษัทเขียนกติกาของภาษา Python ทั้งภาษาออกมาเป็นแบบที่เครื่องตรวจได้
- ถ้าข้อมูลที่เข้ามาไม่ตรงเงื่อนไขที่พิสูจน์ไว้ ระบบจะสลับกลับไปใช้โค้ดเดิมทันที

ตัวเลขที่บริษัทโชว์
- ตัวเลขทั้งหมดในหัวข้อนี้มาจาก doubleAI เอง ยังไม่มีคนนอกทดสอบซ้ำ
- LTX บริษัทที่ทำโมเดลสร้างวิดีโอ ลองใช้ Maxwell กับโมเดลของตัวเอง
- สร้างคลิปความละเอียด 4K หนึ่งคลิปบนการ์ดจอสองใบ ลดจาก 250 วินาทีเหลือ 134 วินาที
- งานถอดเสียงด้วย Whisper 180 ไฟล์บน RTX 4090 ลดจาก 106 วินาทีเหลือราว 50 วินาที
- งานคำนวณกราฟบนซีพียูด้วย NetworkX ลดจาก 61 วินาทีเหลือ 17.5 วินาที
- หน้าเว็บ Maxwell อ้างว่าเร่งงานประมวลผลข้อมูลได้สูงสุด 38 เท่า แต่ไม่ได้บอกว่าวัดจากงานไหน
- ก่อนหน้านี้บริษัทเคยรายงานว่า Maxwell ชนะโค้ดมาตรฐานของ NVIDIA ได้ 90% ของงานทดสอบบนชิป Blackwell หลังค้นหาแค่วันเดียว

สื่อรายงานอะไรเพิ่ม
- หนังสือพิมพ์ WSJ ได้ข่าวนี้ก่อน และรายงานว่า Maxwell ช่วยลดค่าเครื่องของลูกค้ารายแรก ๆ รายหนึ่งได้ 67%
- ซีอีโอ LTX บอก WSJ ว่า Maxwell ทำให้โมเดลของบริษัทตอบเร็วขึ้นเท่าตัว
- doubleAI ระดมทุนรวมแล้ว 220 ล้านดอลลาร์ ผู้ลงทุนมีทั้ง NVIDIA และ Dell รวมถึงกองทุนร่วมลงทุนใหญ่ของอเมริกาอีกสองแห่ง
- บริษัทเอาเงินราวครึ่งหนึ่งไปซื้อชิป NVIDIA B300 จำนวน 1,000 ตัวไว้ใช้เอง
- บริษัทตั้งมาได้สองปี มีพนักงานราว 40 คน ซีอีโอคือ Amnon Shashua ซึ่งเป็นซีอีโอของ Mobileye อยู่ด้วย
คิดเงินยังไง
- doubleAI ไม่ได้ขายเป็นค่าสมาชิกหรือคิดตามจำนวนโทเคน แต่จะเก็บส่วนแบ่งจากค่าเครื่องที่ลูกค้าประหยัดได้
- Shashua ยกตัวอย่างกับ WSJ ว่า ถ้าลูกค้าเคยจ่าย 10 ล้านดอลลาร์ แล้วเหลือ 6 ล้าน บริษัทจะเก็บส่วนแบ่งจาก 4 ล้านที่ประหยัดได้
- เขายังไม่บอกว่าส่วนแบ่งกี่เปอร์เซ็นต์
- เขามองว่าคนที่ได้ประโยชน์มากสุดคือบริษัทที่จ่ายค่าเทรนและรันโมเดลก้อนใหญ่อย่าง OpenAI กับ Anthropic
ใช้ได้เมื่อไร
- ตอนนี้เปิดให้ลงชื่อขอใช้ก่อนที่เว็บ heymaxwell.ai
- Quartz รายงานโดยอ้าง WSJ ว่าจะเปิดให้ใช้กว้างขึ้นภายในเดือนนี้
- ยังไม่มีให้โหลดมาใช้เอง
ยังไม่รู้อะไรบ้าง
- ยังไม่รู้ว่าโมเดลข้างในใหญ่แค่ไหน หรือสร้างต่อจากโมเดลของใคร
- ยังไม่มีคนนอกยืนยันตัวเลขความเร็ว
- ยังไม่รู้ว่ารองรับภาษาอื่นนอกจาก Python ได้แค่ไหน
สรุป
เอไอส่วนใหญ่ตอนนี้แข่งกันเขียนโค้ด แต่ doubleAI เลือกไปแก้ตอนโค้ดรัน ซึ่งเป็นจุดที่เงินค่าการ์ดจอไหลออกจริง ถ้าระบบพิสูจน์ความถูกต้องทำงานได้ตามที่อ้าง บริษัทที่จ่ายค่าเครื่องหลักล้านอาจได้เงินคืนโดยไม่ต้องแก้โค้ดสักบรรทัด แต่ตอนนี้ยังต้องรอคนนอกลองของจริงก่อน
แหล่ง: doubleAI (เว็บ heymaxwell.ai และหน้าเคสลูกค้า LTX) · The Wall Street Journal ผ่าน Quartz · 19 ต.ค. 2026
