เดิมเครื่องมือนี้ชื่อ Paper Assistant Tool ใช้ช่วยนักวิจัยเช็กเปเปอร์ก่อนส่งเข้างานประชุมวิชาการ ตอนนี้ขยายไปตรวจเอกสารแบบอื่นด้วย เช่น สัญญา รายงานการเงิน เอกสารออกแบบระบบ และสไลด์นำเสนอ
ที่กูเกิลทำเรื่องนี้ เพราะคนตรวจงานตามไม่ทันแล้ว ปีนี้งานประชุม ICLR, NeurIPS และ ICML รวมกันมีเปเปอร์ส่งเข้ามากว่า 74,000 ฉบับ จากราว 45,000 ฉบับเมื่อปีก่อน และราว 23,000 ฉบับในปี 2023
ใช้ยังไง
- ใช้ได้ทั่วโลก ทุกคนได้สิทธิ์ตรวจฟรีสัปดาห์ละ 2 ฉบับ
- ถ้าต้องใช้มากกว่านั้น เอาคีย์ Gemini ของตัวเองมาผูกเพื่อเพิ่มโควตาได้ และเขียนโปรแกรมเรียกใช้จากระบบงานของเราก็ได้
- ช่วงแรกรับไฟล์ PDF กับข้อความธรรมดา ส่วนการตรวจหลายไฟล์พร้อมกันกูเกิลบอกว่าจะตามมาเร็ว ๆ นี้
- ตรวจหนึ่งฉบับใช้เวลาราว 10 ถึง 20 นาที ได้ผลออกมาเป็นปัญหาใหญ่ ปัญหาย่อย คำแนะนำ และบทสรุป คอมเมนต์จะติดอยู่กับข้อความตรงจุดนั้นเลย
- เบื้องหลังใช้ Gemini 4 Argon ที่เพิ่งเปิดตัว สิทธิ์ฟรีจะใช้แรงคิดระดับกลาง
- กูเกิลบอกว่าเอกสารที่อัปโหลดจะไม่ถูกเอาไปฝึกหรือปรับโมเดล แต่จะเก็บไว้ 1 ปี เพื่อให้เจ้าของเปิดดูย้อนหลังได้
- คนที่ใช้ Antigravity เรียกวิธีตรวจเอกสารแบบเดียวกันได้ด้วยคำสั่ง /teamwork-preview
- กูเกิลยังไม่ได้บอกว่าตรวจเอกสารภาษาไทยได้ดีแค่ไหน
เบื้องหลังการตรวจ
- ขั้นแรก ระบบจะแบ่งเอกสารออกเป็นส่วน ๆ เช่น บทนำ วิธีการ และผลการทดลอง
- จากนั้นดูว่าส่วนไหนเนื้อหาแน่น แล้วแบ่งกำลังประมวลผลให้ไม่เท่ากัน ส่วนที่มีบทพิสูจน์คณิตศาสตร์จะได้มากกว่าบทนำ
- แต่ละส่วนมีเอเจนต์ของตัวเองคอยตรวจพร้อมกัน แต่ทุกตัวเห็นเอกสารทั้งฉบับ จึงตามจุดที่อ้างถึงกันข้ามบทได้
- สุดท้ายมีเอเจนต์อีกตัวรวมผล เช็กว่าแต่ละส่วนขัดกันเองไหม แล้วค้นกูเกิลเทียบข้อเท็จจริงอีกรอบ กันเอไอแต่งเรื่องขึ้นมาเอง

ผลช่วงทดลอง
- ก่อนเปิดให้ทุกคน กูเกิลทดลองกับงานประชุมสายคอมพิวเตอร์ 4 งาน คือ STOC 2026, ICML 2026, NeurIPS 2026 และ ICLR 2027 มีผู้เขียนเลือกส่งเปเปอร์มาให้ตรวจกว่า 16,000 ฉบับ
- ผลตรวจช่วงนั้นส่งให้ผู้เขียนอ่านเองเท่านั้น ไม่เกี่ยวกับการพิจารณาของกรรมการจริง และกูเกิลบอกว่าลบเปเปอร์ทิ้งเมื่อจบแต่ละโครงการ
- ในงานวิจัยที่ทีมเผยแพร่เมื่อ มิ.ย. เครื่องมือนี้จับจุดผิดด้านคณิตศาสตร์และบทพิสูจน์ได้ 89.7% ส่วนการถาม Gemini 3.1 Pro ครั้งเดียวจับได้ 55.2%
- แต่ชุดทดสอบนั้นเล็กมาก มีแค่ 29 จุดผิดใน 26 เปเปอร์ และผู้ใช้บางคนก็เจอกรณีที่เครื่องมือแย้งบทพิสูจน์ซึ่งจริง ๆ ถูกอยู่แล้ว
สรุป
ใครเป็นนักวิจัย นักศึกษาปริญญาโทหรือเอก หรือต้องอ่านสัญญาและรายงานยาว ๆ บ่อย Deep Review น่าลองเป็นด่านแรกก่อนส่งงาน สิทธิ์ฟรี 2 ฉบับต่อสัปดาห์พอให้ลองกับงานจริงได้ แต่ควรมองเป็นผู้ช่วยหาจุดน่าสงสัยมากกว่าคนตัดสิน เพราะมันยังแย้งผิดได้ และตัวเลขความแม่นที่มีตอนนี้ก็มาจากการทดสอบของกูเกิลเองในชุดเล็ก ๆ
แหล่ง: Google Research Blog (14 ต.ค. 2026) · R&D World
