ดีลนี้มีอะไรบ้าง
- Agilent ประกาศเมื่อวันที่ 13 ต.ค. ว่าเซ็นสัญญาซื้อขายฉบับจริงกับ Proscia แล้ว
- จ่ายเงินสด 240 ล้านดอลลาร์ตอนปิดดีล และอาจจ่ายเพิ่มอีกไม่เกิน 30 ล้าน ถ้าธุรกิจทำได้ตามเป้าที่ตกลงกันไว้ รวมแล้วสูงสุด 270 ล้านดอลลาร์
- คาดว่าจะปิดดีลช่วงต้นปีบัญชี 2027 ของ Agilent ซึ่งเริ่มนับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2026 แต่ยังต้องผ่านเงื่อนไขตามปกติก่อน
- หลังปิดดีล Proscia จะไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจวิทยาศาสตร์ชีวภาพและการวินิจฉัยโรคของ Agilent
- สองบริษัทรู้จักกันมาก่อนแล้ว เพราะเซ็นสัญญาให้ Agilent ช่วยขายระบบของ Proscia มาตั้งแต่ปี 2022
Proscia ทำอะไร
- ก่อตั้งเมื่อปี 2014 โดยผู้ก่อตั้งสามคนที่เริ่มทำบริษัทตั้งแต่ยังเรียนอยู่ ตอนนี้ซีอีโอคือ David West หนึ่งในผู้ก่อตั้ง
- ปกติหมอพยาธิวิทยาจะดูชิ้นเนื้อผ่านกล้องจุลทรรศน์ทีละสไลด์ Proscia ทำแพลตฟอร์มชื่อ Concentriq ที่เอาภาพสไลด์ที่สแกนแล้วมารวมไว้ที่เดียว ให้หมอเปิดดูบนคอมพิวเตอร์และใช้เครื่องมือเอไอช่วยหาจุดผิดปกติได้
- ระบบนี้เชื่อมเครื่องสแกนสไลด์ ระบบข้อมูลของแล็บ แอปวิเคราะห์ภาพ และเครื่องมือเอไอของหลายเจ้าเข้าด้วยกัน ไม่ได้ผูกกับยี่ห้อเดียว
- แพลตฟอร์มได้รับการรับรอง FDA 510(k) ให้ใช้วินิจฉัยขั้นต้นได้
- มีลูกค้าเป็นแล็บ โรงพยาบาล และคลินิกกว่า 4,000 แห่ง และบริษัทยาใหญ่ 16 จาก 20 อันดับแรกของโลกก็ใช้อยู่
- รายได้ย้อนหลัง 12 เดือนเกิน 18 ล้านดอลลาร์ คิดคร่าว ๆ ราคา 240 ล้านจึงตกไม่เกินราว 13 เท่าของรายได้
- The Philadelphia Inquirer รายงานว่า Proscia มีพนักงานกว่า 100 คน และระดมทุนมาแล้วราว 130 ล้านดอลลาร์ตลอดสิบปี

ทำไม Agilent อยากได้
- Agilent ขายเครื่องมือและน้ำยาสำหรับงานพยาธิวิทยาอยู่แล้ว ถ้ามีซอฟต์แวร์ของ Proscia ด้วย ก็จะขายครบทั้งเครื่อง น้ำยา และซอฟต์แวร์ในเจ้าเดียว
- ซีอีโอ Padraig McDonnell บอกว่าดีลนี้จะทำให้ Agilent มีแพลตฟอร์มที่เชื่อมตั้งแต่การเก็บข้อมูลจากชิ้นเนื้อไปจนถึงการใช้เอไออ่านผล ใช้ได้ทั้งงานวิจัยหาตัวบ่งชี้โรคและงานตรวจในโรงพยาบาล
- ข้อมูลจริงที่ Proscia สะสมไว้ จะเอาไปช่วยธุรกิจชุดตรวจคู่กับยา ที่ใช้เลือกว่าผู้ป่วยคนไหนเหมาะกับยาตัวไหน และช่วยงานของบริษัทยาที่เป็นลูกค้า
- Agilent มองว่าตลาดพยาธิวิทยาทั้งหมดมีมูลค่าราว 5 พันล้านดอลลาร์ และกำลังย้ายไปทางดิจิทัลกับเอไอ
- อีกเหตุผลคือ Proscia มีรายได้แบบเก็บค่าใช้ซอฟต์แวร์ต่อเนื่อง ซึ่งโตเร็วและกำไรดีกว่าการขายเครื่องมือเป็นชิ้น ๆ
- ดีลนี้มาต่อจากการซื้อ Biocare Medical ที่ Agilent เพิ่งปิดไป ทั้งสองดีลจึงเป็นการเติมธุรกิจพยาธิวิทยาของบริษัท
สรุป
240 ล้านดอลลาร์ไม่ใช่เงินก้อนใหญ่สำหรับบริษัทที่มีรายได้ปีละราว 6.95 พันล้านดอลลาร์ แต่ดีลนี้บอกว่าเอไอทางการแพทย์เริ่มเข้าไปอยู่ในงานตรวจชิ้นเนื้อจริงแล้ว และบริษัทเครื่องมือแล็บรุ่นใหญ่ก็อยากมีซอฟต์แวร์ของตัวเองไว้ในมือ ต่อจากนี้ต้องดูว่า Agilent จะปล่อยให้ Concentriq ยังเปิดใช้กับเครื่องมือยี่ห้ออื่นได้แบบเดิมหรือไม่
แหล่ง: Agilent (Business Wire) · Proscia · The Philadelphia Inquirer · 13 ต.ค. 2026
