MOU นี้ครอบคลุมอะไรบ้าง
- ฝั่งรัฐคือกระทรวงพัฒนาดิจิทัลและสารสนเทศ (MDDI) ปลัดกระทรวง Kai Fong Chng เป็นคนเซ็น
- ฝั่ง Anthropic คือ Ben Mann ผู้ร่วมก่อตั้ง เซ็นกันช่วงงานสัปดาห์ไซเบอร์นานาชาติของสิงคโปร์
- รัฐมนตรีดิจิทัล Josephine Teo มาร่วมเป็นพยาน
- อีกคนที่เป็นพยานคือ Michael Sellitto หัวหน้าฝ่ายนโยบายเอเชียแปซิฟิกของ Anthropic
- กรอบความร่วมมือมีสามเรื่อง คือความปลอดภัยของเอไอและการประเมินโมเดล งานวิจัยเรื่องการใช้เอไอกับผลกระทบ และการเอาเอไอไปใช้อย่างรับผิดชอบทั้งภาครัฐและเอกชน
- Anthropic จะแลกเปลี่ยนข้อมูลเชิงเทคนิคกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยเอไอของสิงคโปร์ เรื่องการประเมินโมเดล มาตรฐานการทดสอบ และการรับมือเหตุผิดปกติ
- จะช่วยเสริมทักษะเอไอ ช่วยธุรกิจ SME และแบ่งข้อมูลจาก Anthropic Economic Index ให้รัฐบาลใช้ประกอบการออกกฎ
- Ben Mann บอกว่าสิงคโปร์นำเรื่องเอไออย่างรับผิดชอบมานาน และลงทุนด้านทดสอบและประเมินโมเดลต่อเนื่อง
- ในประกาศไม่มีตัวเลขเงินลงทุน และไม่ได้พูดถึงการให้รัฐบาลได้ใช้โมเดลใหม่ก่อนใคร

ใครใช้ Claude ในสิงคโปร์อยู่แล้ว
- GovTech Singapore มีวิศวกรและทีมเทคนิคกว่า 1,500 คนใช้ Claude Code ปรับปรุงระบบของรัฐ
- DBS ใช้ Claude ช่วยเขียนซอฟต์แวร์และงานประจำวัน ส่วนกองทุน GIC กำลังทยอยใช้ในทีมลงทุนและงานองค์กร
- Grab ใช้ Claude ทำ BriX ผู้ช่วยฝ่ายขาย ช่วยประหยัดเวลาทีมขายราว 40,000 ชั่วโมงต่อไตรมาส
- ใน Economic Index รอบล่าสุด สิงคโปร์อยู่อันดับ 2 จาก 121 ประเทศ เมื่อเทียบการใช้ Claude.ai กับจำนวนประชากร
- Dale Finlay ผู้จัดการทั่วไปฝั่งอาเซียนบอกว่า ลูกค้าที่นี่ตั้งมาตรฐานเรื่องความน่าเชื่อถือและความปลอดภัยไว้สูงมาก การมีทีมอยู่ในพื้นที่ทำให้ทำงานใกล้ลูกค้าได้มากขึ้น

สรุป
ออฟฟิศสิงคโปร์เปิดแล้วและกำลังรับคน ส่วน MOU ฉบับนี้เน้นงานทดสอบความปลอดภัยโมเดลกับการใช้เอไอร่วมกับรัฐเป็นหลัก น่าคิดต่อว่าประเทศอื่นในอาเซียนจะได้ข้อตกลงแบบนี้ตามมาไหม
แหล่ง: Anthropic · 14 ต.ค. 2026
