อัยการบอกว่านี่เป็นคดีอาญาคดีแรกของกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ ที่ตั้งข้อหาโกงยอดสตรีมเพลงโดยมีเอไอช่วย
เขาทำอย่างไร
- สร้างบัญชีปลอมหลายพันบัญชีบนแอปฟังเพลงดังอย่าง Spotify และ Apple Music
- บางช่วงใช้บัญชีบอทพร้อมกันถึง 10,000 บัญชี
- เปิดบัญชีด้วยอีเมลปลอมและบัตรเดบิตที่ได้มาโดยไม่ชอบ
- ใช้เอไอสร้างเพลงหลายแสนเพลง แล้วกระจายยอดฟังไปทั่วๆ ไม่ให้เพลงไหนยอดพุ่งผิดสังเกตจนระบบจับได้
- ในอีเมลฉบับหนึ่ง เขาเขียนไว้ว่าต้องได้เพลง "เยอะมากและเร็ว" เพื่อหลบระบบกันโกงของแพลตฟอร์ม
- ทำต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2017 ถึง 2024 เพลงเอไอของเขาถูกบอทเปิดฟังรวมหลายพันล้านครั้ง ได้ค่าลิขสิทธิ์ไปกว่า 8 ล้านดอลลาร์
ตัวเลขที่อัยการยกมาเทียบ
- เดือน เม.ย. 2023 เพลงทั้งหมดของ Taylor Swift มียอดฟังจากแพ็กเกจครอบครัวบน YouTube Music ราว 9.3 ล้านครั้ง
- เดือนเดียวกัน บัญชีบอทของ Smith ใช้แพ็กเกจครอบครัวเปิดเพลงเอไอของตัวเองไปถึง 80.9 ล้านครั้ง
- ค่าลิขสิทธิ์สตรีมจ่ายจากเงินกองกลางตามสัดส่วนยอดฟัง ยอดปลอมจึงดึงเงินออกจากศิลปินที่มีคนฟังจริง
โทษที่ได้รับ
- จำคุก 18 เดือน ตามด้วยคุมประพฤติอีก 2 ปี
- ถูกริบเงิน 8,091,843.64 ดอลลาร์
- เขารับสารภาพไปแล้วตั้งแต่ 19 มี.ค. 2026 ข้อหานี้มีโทษสูงสุดจำคุก 5 ปี
- Billboard รายงานว่าแนวทางกำหนดโทษของศาลกลางอยู่ที่ 46 ถึง 57 เดือน เจ้าหน้าที่คุมประพฤติเสนอ 24 เดือน ส่วนทนายขอไม่ให้ติดคุกเลย สุดท้ายผู้พิพากษา John G. Koeltl สั่ง 18 เดือน

เรื่องที่น่าสังเกต
- ในห้องพิจารณาคดี ผู้พิพากษาพูดชัดว่าสิ่งที่ถูกลงโทษไม่ใช่การใช้เอไอแต่งเพลง แต่เป็นการใช้บอทปั่นยอดฟังปลอม
- แถลงการณ์ของอัยการฉบับนี้ใช้คำว่า super intelligence แทนคำว่าเอไอเกือบทั้งฉบับ ตรงกับที่มีรายงานว่ากระทรวงยุติธรรมสั่งให้เจ้าหน้าที่เรียกเอไอแบบนี้ตามคำสั่งของทรัมป์
สรุป
เอไอทำให้คนโกงผลิตเพลงได้มากพอจะซ่อนยอดฟังปลอมไว้ในเพลงหลายแสนเพลง และเงินที่ได้ไปก็คือเงินที่ควรตกถึงศิลปินที่มีคนฟังจริง คดีนี้จึงน่าจะเป็นบรรทัดฐานแรกๆ ที่แพลตฟอร์มและค่ายเพลงใช้อ้างอิงเวลาไล่จัดการยอดสตรีมปลอมต่อจากนี้
แหล่ง: แถลงการณ์สำนักงานอัยการสหรัฐเขตใต้ของนิวยอร์ก · 6 ต.ค. 2026 และรายงานของ Billboard
