ตอนนี้เริ่มใช้ได้แล้วสองทาง ทางแรกคือนักพัฒนาเรียกผ่าน Gemini API กับ Google AI Studio ได้เลย ทางที่สองคือคนทั่วไปลองได้ใน AI Mode ของ Google Search โดยเปิดแอป Google แล้วกดไอคอนกล้วยใต้ช่องค้นหา ซึ่ง Robby Stein รองประธานฝ่ายผลิตภัณฑ์ของ Search โพสต์ยืนยันว่ากำลังทยอยเปิดให้ใช้
จุดที่ควรรู้
- เป็นรุ่นเสถียรแล้ว ไม่ใช่รุ่นทดลอง ชื่อรุ่นที่ใช้เรียกคือ gemini-nano-banana-2.1
- ทำรูปได้ 3 ขนาด คือ 1K, 2K และ 4K
- ราคาต่อรูปแบบปกติ 1K ราว 0.034 ดอลลาร์ 2K ราว 0.050 ดอลลาร์ 4K ราว 0.076 ดอลลาร์ ถูกกว่า Nano Banana 2 ประมาณครึ่งหนึ่งในทุกขนาด
- ถ้าสั่งแบบ Batch คือส่งงานเป็นชุดแล้วรอผล ราคาจะลดลงอีกครึ่ง
- ฝั่งข้อมูลขาเข้าคิด 1.50 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคน ส่วนรูปที่ได้ออกมาคิด 30 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคน
- ใส่ข้อมูลได้ทั้งข้อความ รูป วิดีโอ และไฟล์ PDF รับได้สูงสุด 131,072 โทเคนต่อครั้ง
- ดึงข้อมูลจาก Google Search มาช่วยวาดได้ เช่น ทำรูปที่ต้องอิงข้อมูลจริงล่าสุด
- Google แนะนำให้โปรเจกต์ใหม่ใช้ 2.1 แทน Nano Banana 2 ไปเลย

อย่าเข้าใจผิด
- ราคาต่อรูปถูกลงก็จริง แต่ค่าข้อมูลขาเข้าแพงขึ้นจาก 0.50 เป็น 1.50 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคน ถ้างานไหนส่งรูปอ้างอิงเข้าไปเยอะ ควรคิดต้นทุนใหม่
- ใน API ยังไม่มีโควตาใช้ฟรี ต้องเปิดบัญชีแบบจ่ายเงิน
- คำว่าเก่งขึ้นทุกด้านเป็นคำของ Google เอง ยังไม่มีตัวเลขเทียบจากคนนอก
- รูปทุกรูปจะฝังลายน้ำ SynthID ที่มองไม่เห็นไว้ เพื่อให้ตรวจได้ว่าเป็นภาพจากเอไอ
สรุป
ใครทำคอนเทนต์หรือแอปที่ต้องสร้างรูปจำนวนมากน่าจะได้ประโยชน์ที่สุด เพราะได้คุณภาพดีขึ้นในราคาต่อรูปที่ถูกลงเกือบครึ่ง ส่วนคนทั่วไปลองได้ผ่าน AI Mode ในแอป Google ระหว่างที่บริษัททยอยเปิดให้ครบทุกคน
แหล่ง: โพสต์ทางการของ Google บน X และเอกสาร Gemini API (ai.google.dev) · 6 ต.ค. 2026
