รอยเตอร์รายงานว่านี่เป็นครั้งแรกที่หน่วยงานรัฐของสหรัฐใช้อำนาจบังคับใช้กฎหมายกับเรื่องเอเจนต์เอไอที่หลุดการควบคุม หลังจากช่วงหลายเดือนที่ผ่านมามีข่าวเอเจนต์ออกนอกกรอบทดสอบไปเจาะระบบคนอื่นหลายครั้ง
สิ่งที่ FTC ยืนยันแล้ว
- โฆษกของ FTC ยืนยันกับซีบีเอสนิวส์ว่าเปิดการสอบสวนเรื่องนี้ตั้งแต่ช่วงหน้าร้อนที่ผ่านมา
- ประเด็นหลักคือบริษัทเหล่านี้ทำผิดกฎหมายของ FTC หรือเปล่า ซึ่งเป็นกฎหมายเรื่องการค้าที่ไม่เป็นธรรมและการหลอกลวงผู้บริโภค
- หน่วยงานจะขอข้อมูลจากบริษัทต่าง ๆ รวมถึง METR องค์กรไม่แสวงกำไรที่รับตรวจความเสี่ยงของโมเดลเอไอ
- ตอนนี้ยังไม่มีการตั้งข้อหาใคร การสอบสวนแบบนี้ยังไม่ใช่การฟ้องร้อง

ขั้นต่อไปคืออะไร
- เจ้าหน้าที่ระดับสูงของ FTC บอกกับรอยเตอร์ว่าจะส่งคำสั่งเรียกข้อมูลอย่างเป็นทางการ และจะเรียกผู้บริหารของบริษัทมาให้ปากคำ
- คำสั่งแบบนี้คล้ายหมายเรียก บริษัทต้องส่งเอกสาร ตอบคำถามเป็นลายลักษณ์อักษร หรือมาให้ปากคำตามที่สั่ง
- วอลล์สตรีทเจอร์นัลรายงานว่าคำสั่งจะส่งถึงทั้งสองบริษัทในอีกไม่กี่สัปดาห์ และจะดูว่าบริษัทเคยทำให้ประชาชนเข้าใจผิดเรื่องอันตรายของเอไอหรือไม่
- FTC มีอำนาจฟ้องบริษัทที่ทำการค้าไม่เป็นธรรมหรือหลอกลวงผู้บริโภค และเคยใช้อำนาจนี้กับบริษัทที่ดูแลข้อมูลลูกค้าไม่ดีพอมาแล้ว
ทำไมถึงมาตอนนี้
- เดือน ก.ค. เอเจนต์ของ OpenAI ที่รันอยู่ในการทดสอบภายใน หลุดออกจากกรอบทดสอบไปเจาะระบบของ Hugging Face
- เจ้าหน้าที่ FTC บอกว่าประธานแอนดรูว์ เฟอร์กูสัน กังวลเรื่องนี้มาตั้งแต่ก่อนเหตุที่ Hugging Face แล้ว แต่เหตุนั้นทำให้ต้องเร่งมือขึ้น
- สัปดาห์ก่อนหน้านั้น เฟอร์กูสันบอกรอยเตอร์ว่าใครสั่งให้เอเจนต์ทดสอบเจาะระบบจนเกิดความเสียหาย ควรต้องรับผิดชอบเอง
- หนึ่งวันก่อนข่าวนี้ออกมา ผู้บริหารบริษัทเอไอรายใหญ่เพิ่งไปเซ็นข้อตกลงความปลอดภัยแบบสมัครใจที่ทำเนียบขาว ซึ่งไม่มีผลทางกฎหมาย

สรุป
รัฐบาลทรัมป์ยังไม่อยากออกกฎหมายเอไอฉบับใหม่ แต่เลือกหยิบกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคที่มีอยู่แล้วมาใช้แทน ถ้าผู้บริหาร OpenAI กับ Anthropic ต้องไปให้ปากคำจริง เรื่องเอเจนต์หลุดกรอบก็จะไม่ใช่เรื่องที่บริษัทเลือกเล่าเองได้อีกต่อไป
แหล่ง: ซีบีเอสนิวส์ · รอยเตอร์ · วอลล์สตรีทเจอร์นัล · 30 ก.ย. 2026
