ความ "รู้จักไหวตัว" ของโมเดล
- เจอพรอมต์คลุมเครือจะถามกลับเพื่อความชัด ไม่เดาสุ่มทำเอง
- ติดขัดตรงไหนจะขอความช่วยเหลือ และจะยืนยันก่อนทำเรื่องใหญ่ที่ย้อนกลับยาก
- ตามข้อกำหนดยาวหลายขั้นได้ครบ ไม่หลุดเงื่อนไขกลางทาง
- เธรดรกแค่ไหนก็จัดพรอมต์เข้างานได้ถูกต้อง

งานโค้ดประหยัดกว่ารุ่น 1.2
- วิศวกรของบริษัทเล่าว่าใช้ tool call (การเรียกเครื่องมือมาช่วยทำงาน) น้อยลงราว 20%
- ใช้โทเคน (หน่วยข้อความที่ใช้คิดราคา) น้อยลงราว 25%
- ตอบสั้นเข้าเรื่องมากขึ้น สไตล์โค้ดสะอาดกว่าเดิม
ราคากับเรื่องความปลอดภัย
- muse-spark-1.3: อินพุต 1.25 ดอลลาร์ต่อล้านโทเคน แคชอ่าน 0.15 เอาต์พุต 4.25 บริบท 1 ล้านโทเคน และไม่เอาพรอมต์ไปเทรนต่อ
- มีรุ่น muse-spark-1.3-contributor ถูกกว่ามาก อินพุต 0.10 / แคชอ่าน 0.002 / เอาต์พุต 0.20 บริบทเท่ากัน 1 ล้าน แต่แลกกับการให้บริษัทเอาพรอมต์กับผลลัพธ์ไปช่วยพัฒนาผลิตภัณฑ์
- ราคาประกาศเท่ากับรุ่น 1.2 เท่ากับได้อัปเกรดความสามารถโดยไม่จ่ายเพิ่ม
- หาใช้บน OpenRouter (meta/muse-spark-1.3) ได้ด้วยตั้งแต่วันเดียวกัน
- บริษัทบอกว่าต้าน adversarial/prompt injection (การแอบซ่อนคำสั่งเจ็บตามาในข้อความ) ได้ดีขึ้น และระวังการทำสิ่งที่ย้อนกลับยากในงานเอเจนต์ที่รันต่อเนื่องนาน ๆ มากขึ้น

สรุป
เก่งขึ้นทุกจุดที่วัดได้ แต่ราคาไม่ขยับ ใครใช้ 1.2 อยู่แทบไม่มีเหตุผลจะไม่ย้าย ต่อไปดูกันว่าคู่แข่งสายโค้ดจะตอบโต้ยังไง
แหล่ง: research.meta.ai (Meta AI Research Blog) · 2 กันยายน 2026
